น้ำบาดาลคืออะไร? ทำไมต้องวิเคราะห์คุณภาพน้ำบาดาล

น้ำบาดาล คืออะไร? 

ตรวจน้ำบาดาล

น้ำบาดาล คือน้ำที่อยู่ใต้ดิน มักอยู่ลึกลงไปหลายเมตรขึ้นอยู่กับบริเวณที่พบน้ำบาดาล บางสถานที่อาจจะอยู่ลึกลงไปหลายกิโลเมตร โดยปกติแล้วน้ำบาดาลสามารถพบได้น้อยหรือถ้าสามารถพบน้ำบาดาลได้ส่วนใหญ่มักจะพบอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำ

ในพื้นที่แห้งแล้งอาจจะต้องมีการเจาะที่มีความลึกลงไปมากกว่าปกติเพราะน้ำบาดาลเกิดจากน้ำที่ซึมลงไปในผิวดิน จะไปรวมตัวกันถูกเก็บไว้ในชั้นใต้ดินที่ลึกลงไปตามรูพรุนของหิน

ทำไมต้องมีการตรวจคุณภาพของน้ำบาดาลก่อนที่จะทำการใช้อุปโภคบริโภค

1. ในน้ำบาดาลส่วนใหญ่มักมีสนิมเหล็ก ทำให้ส่งผลต่อคุณภาพของน้ำบาดาลเพราะไม่มีความปลอดภัยในการใช้งานในด้าน อุปโภคหรือบริโภค แต่ในปัจจุบันสามารถกำจัดสนิมเหล็กได้หลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับปริมาณของสนิมเหล็กที่ตรวจพบ

น้ำปนธาตุเหล็ก

2. การปนเปื้อนของสิ่งปฏิกูล หรือสารเคมี ต่าง ๆ หากบริเวณใกล้เคียงที่มีการเจาะน้ำบาดาลขึ้นมาใช้นั้นมีการทำ ฟาร์มปศุสัตว์ บ่อขยะ การเกษตรที่มีการใช้สารเคมี อันตรายสำหรับกำจัดศัตรูพืช หรือ โรงงานต่างๆ อาจมีผลทำให้น้ำบาดาลที่ทำการนำมาใช้นั้น ปนเปื้อนของสิ่งปฏิกูล หรือสารเคมีที่เป็นพิษได้

ธาตุเหล็กในน้ำ

3. น้ำบาดาลมีค่าฟลูออไรด์เกินมาตรฐาน จะส่งผลกระทบต่อ ภาคครัวเรือน การเกษตร โดยเฉพาะ ภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากอาจทำให้วัตถุดิบ และกระบวนการผลิตสินค้า เสียหายและทำให้สินค้าไม่มีคุณภาพได้ จำเป็นต้องมีการบำบัดน้ำบาดาลก่อนนำมาใช้งาน

4. การผสมของหินปูน หากน้ำที่ใช้มีหินปูนผสมอยู่ทำให้เกิดการกระด้างของน้ำบาดาลทำให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย และ เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้เกิดความเสียหาย โดยเฉพาะการนำน้ำบาดาลไปใช้ในกระบวนการที่เกี่ยวกับความร้อน
5. น้ำบาดาลมีกลิ่นเหม็น ซึ่งเกิดจากน้ำที่นำขึ้นมาใช้นั้นปนเปื้อน ดิน หิน หรือ โคลน โดยสามารถแก้ไขได้โดยวิธีการกรอง

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.dgr.go.th/th/newsAll/124/4620

ต้องทำการตรวจหรือวิเคราะห์คุณภาพของน้ำบาดาลอะไรบ้าง

  1. ลักษณะทางกายภาพ สี(Color) ความขุ่นของน้ำ ความเป็นกรดด่าง(pH)
  2. คุณลักษณะทางเคมีหรือพวกโลหะหนัก เช่น เหล็ก (Fe) แมงกานีส (Mn) ทองแดง (Cu) สังกะสี (Zn) ซัลเฟต (Sulfate) คลอไรด์ (Chloride) ฟลูออไรด์ (Fluoride) ไนเทรต (Nitrate) สารหนู (As) ตะกั่ว (Pb) ปรอท (Hg) แคดเมียม(Cd) ซีลีเนียม (Se) ไซยาไนด์ (Cyanide) ของแข็งที่ละลายในน้ำ (TDS) ความกระด้างของน้ำ (Total Hardness as CaCO3) ความกระด้างของน้ำถาวร (Non-Carbonate Hardness ) เชื้ออีโคไล (E.coli) เชื้อโคลิฟอร์ม (Coliform)

*ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2551

การวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำบาดาล ใช้เวลากี่วัน

รับตรวจน้ำบาดาล

ใช้เวลาในการวิเคราะห์ประมาณ 7-10 วันทำการ หากสนใจทำการวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการมีบริการเก็บตัวอย่างนอกสถานที่หรือสามารถส่งตัวอย่างมาทางไปรษณีย์โดยใส่ขวดปริมาณขั้นต่ำ 5 ลิตร

ค่าวิเคราะห์รายการวิเคราะห์ชุดนี้ ราคาทั้งหมดอยู่ที่ 8,400 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) สามารถขอราคาพิเศษและส่วนลด ติดต่อห้องปฏิบัติการ เอส เอส ซี ออยล์ จำกัด (ว.302) โทร 062-337-0067 และ Line ID 062-337-0067

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับน้ำบาดาล

1. Q : หากน้ำบาดาลกระด้างสามารถ แก้ความกระด้างของน้ำบาดาลเองได้ไหม

A : สามารถแก้ได้ถ้าเป็นน้ำกระด้างชั่วคราว สามารถแก้ได้โดยการต้มน้ำให้เดือดเพื่อตกตะกอน หากเป็นน้ำกระด้างถาวรจะต้องใช้สารเคมีในการแก้ไข

2 Q : น้ำบาดาล สามารถใช้อุปโภคหรือบริโภคได้หรือไม่?

A : สามารถนำมาใช้ในการอุปโภคบริโภคได้ แต่ ขึ้นอยู่กับคุณภาพของน้ำที่นำมาใช้งาน หากน้ำ ที่นำขึ้นมามีลักษณะสีของน้ำที่ค่อนข้างแดง อาจมีสนิมของเหล็กเจือปนอยู่ ซึ่งมีความเป็นอันตราย ต่อสุขภาพ หรือหากนำมาใช้ในการซักผ้าอาจทำให้เสื้อผ้ามีสีหรือคราบสนิมติดได้ หากนำมาทำความสะอาดเมื่อแห้งอาจทิ้งคราบสนิมไว้บนพื้นผิว ได้

3 Q : หากใช้น้ำบาดาลที่มีความกระด้างจะมีผลกระทบอะไรไหม

A : มีครับ เมื่อใช้น้ำบาดาลไปนาน ๆ ตามบ้านเรือนอาจพบคราบตะกรันตามขอบก็อกน้ำ หรือ อุปกรณ์ครัวที่ใช้ในการต้มน้ำอาจพบคราบตะกรันหรือคราบตะกอนหินปูนได้ หากในโรงงานอุตสาหกรรม ที่มีการใช้หม้อต้ม อาจทำให้เกิดคราบตะกรันหรือหินปูนได้ และยังสามารถเกาะติดอยู่ภายท่อลำเลียงน้ำ ซึ่งสามารถทำให้ท่ออุดตันได้ในอนาคต

หากท่านใดมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการวิเคราะห์คุณภาพน้ำและน้ำเสียเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ทางช่องทางต่างๆ
ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์น้ำ บริการวิเคราะห์คุณภาพน้ำ บริการวิเคราะห์น้ำเสีย
062-337-0067
sscoillab@thailandwastemanagement.com
หรือสามารถแสกนได้ง่ายๆ ตามคิวอาร์โค้ดด้านล่างได้เลยค่ะ

QR code ssc oil

นึกถึงวิเคราะห์คุณภาพน้ำ นึกถึงห้องปฏิบัติการ บริษัท เอส เอส ซี ออยล์ จำกัด (ว-302)
เรายินดีให้บริการวิเคราะห์คุณภาพน้ำและน้ำเสียตามพารามิเตอร์ต่าง ๆ เช่น pH COD BOD TSS TDS Sulfide เป็นต้น โดยเครื่องมือที่ทันสมัยและผ่านการสอบเทียบจากสถาบันที่ได้รับการรับรองอย่างมีมาตรฐาน

เปิดให้บริการทุกวัน จันทร์ ถึง เสาร์ เวลา 8.00 – 17.00 น.

แชร์บทความ

Facebook
Pinterest
LinkedIn